หนี้เสีย เคลียร์ได้



ไม่ไหวอย่าฝืน เปิดขั้นตอนการเข้าร่วม “มหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้” ตัวช่วย “ปลดหนี้” และ “แก้หนี้เสีย” สำหรับหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ลงทะเบียนได้ถึง 30 มิ.ย. 64
“หนี้” ภาระที่หลายคนกำลังประสบปัญหา เมื่อรายได้ลดลง หรือขาดรายได้ เมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ “โควิด-19” ที่ลากยาวมามากกว่า 1 ปี และมีแนวโน้มว่าจะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อไปอีก ตราบใดที่โควิดยังระบาดในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

ธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันการเงินต่างๆ ได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่มีหนี้ทั้งหนี้ดีที่เพิ่งเริ่มได้รับผลกระทบ เพื่อช่วยลดภาระการชำระหนี้ และแก้หนี้สำหรับคนที่มีหนี้เสีย เพื่อแก้ปัญหาการเงินในระยะยาว

คุณสมบัติผู้ที่สามารถเข้าร่วมการไกล่เกลี่ยหนี้ได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ยังไม่เป็นหนี้เสียแต่รู้สึกฝืดเคือง กลุ่มที่เป็นหนี้เสียแล้ว ยังไม่ฟ้อง หรือฟ้องแล้วแต่ยังไม่พิพากษา และกลุ่มที่เป็นคดีมีคำพิพากษาแล้ว ไปจนถึงบังคับคดียึดทรัพย์แต่ยังไม่ขายทอดตลาด ซึ่งจะมีการช่วยเหลือที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

กลุ่มที่หนึ่ง
ผู้ที่เป็นหนี้บัตรฯ ที่ยังไม่เป็นหนี้เสียแต่รู้สึกฝืดเคือง หรือหนี้บัตรฯ ดี ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ “โควิด 19” ท่านสามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ โดยหยุดการจ่ายขั้นต่ำ ซึ่งใช้เวลานานกว่าหนี้จะลด และขอเปลี่ยนวงเงินสินเชื่อบัตร มาเป็นสินเชื่อแบบมีกำหนดเวลา

ซึ่งจะได้รับดอกเบี้ยถูกลง จาก 16% เหลือ 12% สำหรับบัตรเครดิตโดยสามารถคงวงเงินที่เหลือไว้ใช้ได้ และประวัติ “เครดิตบูโร” จะไม่เสีย

กลุ่มที่สอง
เป็นหนี้บัตรฯ ที่เป็นหนี้เสียแล้ว ยังไม่ฟ้อง หรือฟ้องแล้วแต่ยังไม่พิพากษา สามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 10 ปี ดอกเบี้ยต่ำเพียง 4%-7% ตามเงื่อนไขของคลินิกแก้หนี้

กลุ่มที่สาม
เป็นหนี้บัตรฯ เป็นคดีมีคำพิพากษาแล้ว ไปจนถึงบังคับคดียึดทรัพย์แต่ยังไม่ขายทอดตลาด ปกติเมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้เจ้าหนี้มักจะไม่ยินยอมให้ผ่อนยาว แต่ผู้ให้บริการทางการเงินจำนวน 23 แห่งที่ร่วมโครงการ เห็นความจำเป็นที่ต้องผ่อนปรนเงื่อนไขให้ปฏิบัติได้จริง เพื่อช่วยให้ทุกฝ่ายเดินต่อไปได้

โดยเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ในชั้นบังคับคดีเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ร่วมกันได้อีกครั้งหนึ่ง โดยลูกหนี้จะผ่อนชำระเฉพาะเงินต้น นานสูงสุด 5 ปี และยกดอกเบี้ยที่ค้างให้หากลูกหนี้จ่ายชำระตามแผนได้สำเร็จ

ช่องทางและขั้นตอนลงทะเบียนไกล่เกลี่ยหนี้
สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเจรจาไกล่เกลี่ยหนี้ มีหลายช่องทางให้เลือกผ่านทางเว็บไซต์ของหน่วยงานที่ร่วมจัดงาน และเว็บไซต์ของผู้ให้บริการทางการเงินที่เข้าร่วมงาน

ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.)

ธนาคารแห่งประเทศไทย

สำนักงานศาลยุติธรรม

กรมบังคับคดี

และเว็บไซต์ของผู้ให้บริการทางการเงินทั้ง 23 แห่งที่เข้าร่วมงาน